ในระบบอีเมลแห่งหนึ่ง ของข้อความทั้งหมดเป็นสแปม สถิติแสดงว่า ของข้อความสแปมมีคำว่า lottery ขณะที่ข้อความปกติมีคำนี้เพียง
เมื่อมีข้อความหนึ่งเข้ามาและมีคำว่า lottery อยู่ ความน่าจะเป็นที่ข้อความนั้นเป็นสแปมเท่ากับเท่าใด
ตั้งชื่อเหตุการณ์และจัดระเบียบตัวเลขที่โจทย์ให้ ให้ = "ข้อความเป็นสแปม", = "ข้อความเป็นอีเมลปกติ" และ = "ข้อความมีคำว่า lottery" ข้อมูลที่ให้มาคือ
สังเกตทิศทางของเงื่อนไข โจทย์ให้ความน่าจะเป็นของ คำ เมื่อรู้ ประเภท แต่ถามความน่าจะเป็นของประเภทเมื่อรู้คำ การกลับทิศของความน่าจะเป็นแบบมีเงื่อนไขคือหน้าที่ของทฤษฎีบทของเบส์พอดี
เขียนทฤษฎีบทของเบส์สำหรับสิ่งที่โจทย์ถาม
ตัวเศษคือความน่าจะเป็นที่เป็นสแปม และ มีคำนั้น ส่วนตัวส่วนคือความน่าจะเป็นที่มีคำนั้นเลย เมื่อมองอีเมลทั้งกระแส
หาตัวส่วนจากกฎความน่าจะเป็นรวม ทุกข้อความเป็นสแปมหรือไม่ก็ปกติ สองกรณีนี้จึงแบ่งปริภูมิตัวอย่างออกจากกันหมด
ราวหนึ่งในสี่ของข้อความจึงมีคำนี้ และมวลส่วนใหญ่มาจากกองอีเมลปกติที่มีจำนวนมากกว่ามาก
แทนค่าและจัดรูปเป็นเศษส่วนที่แน่นอน
ตีความผลลัพธ์และตรวจความสมเหตุสมผล การเห็นคำนี้ดันความน่าจะเป็นที่เป็นสแปมจากค่าก่อนหน้า ขึ้นมาราว ถือเป็นหลักฐานที่หนักแน่น แต่ยังห่างจากความแน่นอน เพราะตั้งต้นแล้วอีเมลปกติมีมากกว่าถึงสี่เท่า วิธีตรวจที่ใช้ได้ดี สมมติมีข้อความ ฉบับ เป็นสแปม ฉบับ ในนั้นมีคำนี้ ฉบับ ส่วนอีเมลปกติ ฉบับ มีคำนี้ ฉบับ ในบรรดา ฉบับที่ติดคำนี้ เป็นสแปม ฉบับ คือ ตรงกับสูตร
Need to solve a different problem like this? Open the solver →